นักวิเคราะห์มองว่า การที่จีนและรัสเซียส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดลาดตระเวนร่วมกันเหนือดินแดนพิพาทนอกชายฝั่งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เพื่อท้าทายอิทธิพลของสหรัฐในภูมิภาคนี้

เกาหลีใต้ร้องเรียนว่า เครื่องบินรบรัสเซียล่วงล้ำน่านฟ้าเกาหลีใต้สองครั้งใกล้หมู่เกาะที่เกาหลีใต้เรียกว่าด๊กโด และญี่ปุ่นเรียกว่าทาเคชิมะในทะเลญี่ปุ่น ทำให้เกาหลีใต้ยิงเตือน ขณะที่ญี่ปุ่นเผยว่า ได้ส่งฝูงบินขับไล่ขึ้นไปสกัด ด้านจีนและรัสเซียยืนยันว่า การซ้อมรบร่วมนี้ไม่ได้มุ่งเป้าหมายที่ประเทศใดและไม่ได้ล่วงล้ำน่านฟ้าพิพาท แต่นักวิเคราะห์มองว่า เป็นการจงใจมุ่งเป้าหมายไปที่พันธมิตรสองประเทศของสหรัฐในเวลาเดียวกัน

นักวิเคราะห์ของแรนด์คอร์ปอเรชัน หน่วยงานไม่แสวงหากำไรของสหรัฐเห็นว่า เป็นเรื่องใหญ่เพราะแสดงให้เห็นชัดเจนว่ากองทัพอากาศจีนและรัสเซียสามารถร่วมกันลาดตระเวนในลักษณะที่จะทำให้ภูมิภาคนี้รู้สึกไร้เสถียรภาพได้ ที่ผ่านมาทั้งสองประเทศจัดการซ้อมรบร่วมหลายครั้งอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้มีนัยยะทางการเมืองเป็นพิเศษเพราะเกิดขึ้นเหนือหมู่เกาะที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีข้อพิพาทเรื่องการอ้างสิทธิทับซ้อน ขณะที่นักวิจัยด้านจีนของมหาวิทยาลัยแมคควอรีในออสเตรเลียชี้ว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด H-6K ของจีน และ Tu-95 ของรัสเซียที่เข้าร่วมการซ้อมรบฝั่งละสองลำล้วนสามารถติดอาวุธนิวเคลียร์ เป็นความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในแง่ของความมั่นคงทางภูมิประเทศของภูมิภาค ด้านนักวิจัยสถาบันไต้หวันโลกที่สหรัฐมองว่า เป็นการส่งสัญญาณว่าความร่วมมือระหว่างจีนและรัสเซียสุกงอมถึงขั้นที่สามารถลาดตระเวนร่วมกันได้แล้ว และเป็นการท้าทายโดยตรงไปถึงระบบพันธมิตรสหรัฐในอินโด-แปซิฟิก

ปีที่แล้วการค้าจีนและรัสเซียเพิ่มขึ้น 1 ใน 4 ไปทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 108,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.33 ล้านล้านบาท) ขณะที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ออกปากชมประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซียว่าเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ระหว่างผู้นำทั้งสองพบกันเมื่อเดือนก่อน.

Comments are closed.