รถรับจ้าง เมื่อรถยนต์ร้อนทำไงดีเป็นอันตรายต่อรถยนต์ไหม ถือเป็นยานพาหนะที่มอบความเป็นส่วนตัว และอำนวยความสะดวกสบายให้กับมนุษย์ที่สุด โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนด้วยรถยนต์ จึงไม่แปลกที่เรามักจะเห็นรถยนต์บนท้องถนนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบให้การจราจรติดขัด เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ การขับขี่รถยนต์บนท้องถนนจะต้องมีสติและไม่ประมาท เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง ทุกครั้งที่ต้องเดินทางควรตรวจเช็คสภาพรถ เพื่อความปลอดภัยต่อผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง

รถความร้อนขึ้นควรจอดหรือไปต่อ

วันนี้พี่หมีมาพร้อมปัญหารถยนต์ที่พบบ่อยมากที่สุด กับ รถความร้อนขึ้นต้องทำไง ขับต่อไหม๊ หรือ จอดก่อนดี เพราะปัญหารถร้อนสามารถเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ หากปล่อยไว้ไม่ทำการแก้ไข รับรองเครื่องยนต์มีปัญหาแน่ “ความร้อนขึ้น” ถือเป็นสิ่งที่แสดงให้ทราบว่ารถยนต์ของคุณเริ่มมีปัญหา และเป็นสิ่งอันตรายต่อการใช้งานซึ่งปัญหาความร้อนเกี่ยวกับการทำงานของเครื่องยนต์ ที่มีความผิดปกติ ทำให้ความร้อนขึ้นไม่สามารถรักษาอุณภูมิให้อยู่ในระดับที่ทำงานได้ปกติ สาเหตุของความร้อนสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ รถยนต์บางรุ่นมีการเตือนผ่านทางมาตราวัดที่มีมากับรถ หรือสัญญาณไฟเตือนที่เป็นสีแดง ว่ารถยนต์ของคุณอยู่ขั้นฉุกเฉิน หรืออันตราย หากปล่อยให้ความร้อนขึ้นสูงอาจทำให้เครื่องยนต์ “Over Heat” ดับกลางทาง ไม่สามารถขับเคลื่อนได้ แถมยังเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย

ระดับความร้อนเท่าไหร่ ถึงเรียกว่า “ความร้อนขึ้นสูง”

“ความร้อนขึ้นสูง” ส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ สามารถสังเกตการแจ้งเตือนความร้อนของเครื่องยนต์ได้ง่ายๆ มีด้วยกัน 2 แบบ ดังนี้
แบบที่ 1 แบบเกจ
การทำงานของเกจจะอยู่ในช่วงอุณภูมิที่ไม่เกินครึ่งของมาตรวัด หากเข็มเกจชี้มาทาง H (Hot=ร้อน) เกินครึ่ง นั่นคือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในระบบหล่อเย็น หรือ อุณหภูมิของเครื่องยนต์สูงอย่างแน่นอน
แบบที่ 2 แบบไฟเตือน
– ถ้าไฟขึ้นสีแดง หมายถึง เครื่องยนต์ร้อน หรือระบบหล่อเย็นมีอุณหภูมิสูง (สูงกว่า 117 oC)
– ถ้าไฟขึ้นสีเขียว (ฟ้า) หมายถึง เครื่องยนต์เย็น เครื่องยนต์ หรือระบบหล่อเย็นมีอุณหภูมิต่ำ (ต่ำกว่า 60 oC)
สำหรับรุ่นรถยนต์ที่ใช้ไฟเตือนสัญญาณต่างๆ ต้องสังเกตสีของการเตือนด้วยว่ารถยนต์ของคุณปกติ หรือ ไม่ปกติ

รถยนต์ความร้อนขึ้น ขับต่อ หรือ จอดดี ?

เมื่อพบว่ารถยนต์ของคุณเกิดความร้อน ให้หาที่จอดรถในที่ปลอดภัยทันที พร้อมเปิดฝากระโปรงหน้ารถ เพื่อช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์ เมื่อเครื่องยนต์เย็นลงให้คุณทำการเปิดฝาหม้อน้ำ ห้ามเปิดในขณะที่เครื่องยังร้อนอยู่ เพราะแรงดันน้ำในหม้อน้ำ อาจพุ่งขึ้นมาโดนหน้าจนได้รับบาดเจ็บ ในขณะที่เปิดให้สวมถุงมือเพื่อป้องกันความร้อน เช็คดูปริมาณน้ำในหม้อหากพบว่าปริมาณน้ำน้อย ให้เติมน้ำลงไป แล้วสังเกตดูระดับน้ำประมาณ 5 นาที หากน้ำลดลงนั่นหมายความว่า หม้อน้ำแตก ให้คุณทำการเรียกช่างมาตรวจสอบแก้ไขในกรณีบริเวณที่รถเสียไม่มีอู่ซ่อม แต่ถ้ามีการรั่วเล็กน้อย สามารถขับต่อไปยังร้านซ่อมรถได้เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป

5 อุปกรณ์ฉุกเฉิน ที่ควรมีติดรถไว้อย่างยิ่ง

สายพ่วงแบตเตอรี่

ใครเคยรถสตาร์ทไม่ติดบ้างยกมือขึ้น บางครั้งรถเราก็ไม่ได้มีสัญญาณเตือนอะไรเลยว่าแบตเริ่มเสื่อม อยู่ ๆ ก็สตาร์ทไม่ติดเสียอย่างนั้น หรืออีกกรณีก็ลืมปิดไฟหน้ารถ ถ้าเป็นที่จอดรถในห้างก็ยังขอความช่วยเหลือจาก รปภ. ได้ แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ.. ยิ่งเป็นช่วงกลางคืนละก็ตามหาคนจั๊มพ์แบตยาก เปลี่ยนแบตนอกสถานที่ก็คิดราคาเพิ่มช่วงเวลาพิเศษด้วย เชื่อเถอะพกสายพ่วงแบตกันสักหน่อย ขอจั๊มพ์แบตรถแถวนั้นส่วนใหญ่เขายินดีให้อยู่แล้วถ้ามีอุปกรณ์พร้อม

ยางอะไหล่ + แม่แรงฉุกเฉิน

หลายคนอาจจะคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น มีไว้ก็หนัก แต่ถ้าเกิดวันหนึ่งคุณเกิดยางแบนขึ้นมาจะรู้ซึ้งถึงความสำคัญของมันขึ้นมาทันที แล้วแม่แรงฉุกเฉินก็ควรมีมาเป็นคู่ด้วย สุดท้ายคืออย่าลืมตรวจสภาพยางอะไหล่และเติมลมทุก ๆ 3 เดือน เพื่อให้พร้อมใช้งาน

ชุดบล็อกขัน ไขขวงอเนกประสงค์

แน่นอนว่าเดี๋ยวนี้มีแบบพับอันไม่ใหญ่มีเปลี่ยนหัวได้ รวมบล็อกขัน หกเหลี่ยม ไขควงแบน ไขควงเหลี่ยม มีครบมาเป็นกล่อง ลองหาซื้อมาติดรถไว้ดู ขันก๊อก ๆ แก๊ก ๆ ซ่อมนู่น เปลี่ยนนี่ได้แน่นอนครับ

ไฟฉาย

อีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การตรวจดูใต้รถ เปิดห้องเครื่องในซอกทั้งหลาย มีไฟฉายช่วยหยิบจับ-ไขได้ถูกต้อง รวมไปถึงเป็นสัญญาณบอกรถคันอื่นได้ด้วย

ป้ายสัญญาณเตือนแบบสะท้อนแสง

ควรมีไว้อย่างยิ่ง ยามเกิดเหตุรถเสียในทางคับขัน รถก็ตายสนิทเลื่อนไม่ได้ รีบหยิบป้ายแล้วนำไปวางก่อนถึงรถสัก 50 เมตร ช่วยการเกิดอุบัติเหตุแก่รถที่จอดเสีย เซฟทั้งเราและรถที่ร่วมทางได้แน่นอน

Comments are closed.